นาย Buterin ชี้ให้เห็นว่าการใช้ ID ประเภทนี้ทำให้ผู้ใช้สามารถสร้างอัตลักษณ์ที่แตกต่างกันสำหรับการใช้งานที่แตกต่างกัน เช่น การทำธุรกรรมทางการเงิน และการสื่อสารในโซเชียลมีเดีย โดยสามารถควบคุมว่าข้อมูลใดจะถูกเปิดเผยต่อสาธารณะและข้อมูลใดจะถูกเก็บเป็นความลับ
แนวทางนี้ยังมีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขปัญหาความปลอดภัยและการละเมิดข้อมูลที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ ID ที่เป็นเอกลักษณ์เดียว ทำให้การใช้ข้อมูลส่วนตัวในการค้นหาหรือทำธุรกรรมเป็นไปได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น
การดำเนินการเพื่อสร้างระบบ ID แบบ pluralistic นี้คาดว่าจะช่วยให้ผู้ใช้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการจัดการความเป็นส่วนตัวในโลกดิจิทัล และทำให้การใช้งานออนไลน์มีความปลอดภัยและไว้วางใจได้มากขึ้น